โลเมลู ลูกากู ต้องรับแรงกดดันต่อแมนยู

โลเมลู ลูกากู ต้องรับแรงกดดันต่อแมนยู ทั้งที่ระเบิดฟอร์มการเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมมีเอกลักษณ์


อันแสนโดดเด่น อีกทั้งยังมีมิติใหม่แห่งวงการด้วยเรือนร่างที่ดูสูงใหญ่แข็งแกร่งหนาแน่นดูน่าเกรงขาม ทั้งที่ปกติผู้เล่นในทรงนี้มักจะมีสไตล์ที่เน้นแต่ความแกร่งเท่านั้น แต่ ลูกากูกลับมีฟอร์มการเล่นที่เด็ดขาดคล่องตัวได้อย่างเหลือเชื่อในศึกฟุตบอลโลกครั้งที่ผ่านมาที่รัสเซียซึ่งทำผลงานไปได้ถึง4ประตู

แต่นับจากนั้นมาความหวังในตัวของ โลเมลู ลูกากู ศูนย์หน้าทีมชาติเบลเยียมรายนี้ ที่เชื่อได้ว่าน่าจะเป็นความหวังของบรรดาเหล่าสาวกปีศาจแดงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ต้องพากันแอบยิ้มกรุ้มกริ่มว่าศูนย์หน้าของตนจะเป็นขีปนาวุธชั้นเลิศในการคว้าในปีนี้ ว่ากันถึงขั้นแม้แต่มาร์คัส แรชฟอร์ด ศูนย์หน้าดาวรุ่งของทีมยังออกมาชื่นชมลูกกากู ชนิดที่นำไปเทียบกับโรนัลโด้ กันเลยทีเดียว
และแม้แต่ดิดิเยร์ ดร็อกบา ซึ่งเป็นตำนานของเชลซี ยังออกมาชื่นชมว่าลูกากู เป็นคนที่สมบูรณ์แบบแม้จะแฝงนัยยะไว้ว่าความสำเร็จเบื้องหลังของการระเบิดฟอร์มของลูกากู ในครั้งฟุตบอลโลก
ส่วนหนึ่งจะมาจากผู้เล่นระดับคุณภาพภายในทีมชาติอย่าง เอเดน อาซาร์ หรือ เควิน เดอบรุนด์ ที่มีส่วนให้ลูกากูเล่นได้ดีก็ตาม

แต่ที่ไหนได้ ความหวังต่างๆและเสียงชื่นชมมากมายก็กลับคล้ายใกล้จะฝันเก้อ เมื่อโลเมลู ลูกากู กลับกลายเป็นเสือปืนฝืดประตูสะอาดไปถึง8นัดติด จนในท้ายที่สุดต้องตกเป็นเป้าของเสียงวิจารณ์มากมาย

โดยเฉพาะริโอเฟอร์ดินานด์ อดีตกองหลังในตำนานของทีม ที่ปัจจุบันอยู่ในสายงานนักวิจารณ์เกมฟุตบอลถึงกับออกอาการเดือด ออกมากล่าววิจารณ์อย่างเป็นเรื่องเป็นราว ทั้งการให้ความเห็นว่า ลูกากูอาจจะต้องเผชิญกับแรงกดดันที่มีกองหน้าระดับโลก พร้อมที่จะเบียดอยู่เสมออย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช จนขาดสภาพจิตใจที่มั่นคงมั่นใจ
อีกทั้งบางครั้งในเกมที่แมนยูแพ้แล้วแพ้อีก ริโอ ถึงกับหัวเสียถึงกับออกมาตำหนิในทำนองว่า ลูกากู ใช้สไตล์การเล่นให้กับแมนยู ในแนวทางที่คอยแต่จะยืนรอทำประตูแต่เพียงอย่างเดียว โดยที่ไม่ค่อยมีส่วนร่วมกับภาครวม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทำชิ่งวันทู หรือการช่วยเสริมแนวรุก หรือย้ายพื้นที่เพื่อให้ผู้เล่นตำแหน่งอื่นเข้าสอดแทรกในหลายจังหวะ

อีกทั้งยังมีการนำเอาแฮร์รี่ เคนมาเปรียบเทียบด้วยว่าแฮร์รี่ เคนคือแบบอย่างของการเป็นผู้เล่นที่ทำทุกอย่าง เพื่อสร้างเกมรุกที่ยอดเยี่ยมของทีม และยังสามารถเพิ่มรูปการณ์ที่กดดันต่อทีมฝ่ายตรงข้ามได้ตลอดทั้งเกม

ซึ่งเชื่อได้ว่าหลังจากที่ริโอเฟอรดินานด์ เฝ้าจับตาดูลูกากู กันแบบเกาะติดเช่นนี้ หากสถานการณ์ต่อไปลูกากูยังไม่สามารถทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันได้
ลูกากูอาจจะต้องเจอกับสถานการณ์ที่กดดัน และเสียงวิพากย์จากแฟนๆหนักยิ่งขึ้นกว่านี้ ซึ่งแน่นอนว่าความสนิทคุ้นเคยกับบรรยากาศในทีมอาจจะยังเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้โลเมลู ลูกากู อาจจะยังคงต้องใช้เวลาเพื่อปรับสภาพความสัมพันธ์ และความคุ้นเคยในการเข้าขากันกับผู้ร่วมทีมยิ่งกว่านี้ก็เป็นได้แม้ว่าระยะเวลาก็ถือว่าน่าจะมากพอแล้วสำหรับนักเตะยอดเยี่ยมที่ควรจะต้องระเบิดฟอมร์ก็ตาม


หน้าแรก

Post a Comment

Your email is never published nor shared. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>

*
*